ดอกเบี้ยบ้านลดหย่อนภาษี: ใช้ยอดไหน กู้ร่วมอย่างไร และเตรียมอะไร
ค่างวดบ้านที่จ่ายทั้งก้อนไม่ใช่ค่าลดหย่อนภาษีทั้งหมด ส่วนที่ต้องตรวจคือดอกเบี้ยที่จ่ายจริงและเข้าเงื่อนไขของกฎหมาย การบันทึกยอดจ่ายช่วยติดตามหนี้ ส่วนการยื่นภาษีต้องอ้างอิงข้อมูลและหลักฐานจากผู้ให้กู้
จัดทำโดย FinCalc · Sabuy Online ปรับปรุงเนื้อหา วิธีคำนวณและตรวจสอบแจ้งข้อผิดพลาด
ลดหย่อนดอกเบี้ย ไม่ได้หมายถึงได้เงินคืนเท่าดอกเบี้ย
สมมติผู้กู้คนเดียวมีสิทธิครบ เงินได้สุทธิก่อนหักดอกเบี้ยบ้าน 600,000 บาท ไม่มีเครดิตภาษีหรือรายการอื่นเพิ่มเติม ใช้เพดานดอกเบี้ย 100,000 บาทและอัตราตามคำแนะนำปีภาษี 2568 ก่อนใช้สิทธิจริงต้องตรวจสัญญาและหลักฐาน จำนวนทั้งหมดเป็นบาท
บนมือถือ เลื่อนตารางซ้าย–ขวาเพื่อดูทุกคอลัมน์
| ดอกเบี้ยจ่ายจริง | ดอกเบี้ยที่ใช้สิทธิ | เงินได้สุทธิหลังหัก | ภาษีหลังหัก | ภาษีลดลงจากเดิม |
|---|---|---|---|---|
| 50,000.00 | 50,000.00 | 550,000.00 | 35,000.00 | 7,500.00 |
| 100,000.00 | 100,000.00 | 500,000.00 | 27,500.00 | 15,000.00 |
| 150,000.00 | 100,000.00 | 500,000.00 | 27,500.00 | 15,000.00 |
ก่อนหักดอกเบี้ยบ้าน ตัวอย่างนี้มีภาษี 42,500 บาท ดอกเบี้ยที่ใช้สิทธิ 50,000 บาททำให้ภาษีลดลง 7,500 บาท ไม่ใช่ได้เงินคืน 50,000 บาท และเมื่อใช้สิทธิถึงเพดานแล้ว ดอกเบี้ยส่วนที่เกินไม่เพิ่มประโยชน์ทางภาษีในตัวอย่าง
แยกดอกเบี้ยออกจากเงินต้นและค่าธรรมเนียม
ค่างวดอาจมีทั้งเงินต้น ดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายอื่น สิทธิเกี่ยวกับดอกเบี้ยบ้านพิจารณาดอกเบี้ยที่จ่ายจริงและเข้าเงื่อนไข ไม่ใช้ยอดโอนรวมทั้งปีหรือยอดโปะเงินต้นทั้งหมด
ถ้าจ่ายดอกเบี้ย 80,000 บาทและลดเงินต้น 120,000 บาท อย่านำ 200,000 บาทไปกรอกเป็นดอกเบี้ยขอลดหย่อน ขอหนังสือรับรองและตรวจยอดกับผู้ให้กู้ โดยเฉพาะรายการตัดยอดหรือปรับปรุงย้อนหลัง
เพดาน 100,000 บาทยังมีเงื่อนไขของสัญญา
คำแนะนำปีภาษี 2568 อธิบายสิทธิรวมสำหรับดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อซื้อ เช่าซื้อ หรือสร้างที่อยู่อาศัยตามจำนวนที่จ่ายจริงไม่เกิน 100,000 บาท ต้องตรวจประเภทผู้ให้กู้ วัตถุประสงค์การกู้ การจำนอง และเงื่อนไขที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่ดอกเบี้ยสินเชื่อทุกชนิดใช้ได้
ผู้กู้คนเดียวมีหลายสัญญาหรือหลายบ้านไม่ได้ทำให้ได้เพดานส่วนตัวใหม่ทุกสัญญา ตรวจยอดรวมที่มีสิทธิของตน กรณีรีไฟแนนซ์ กู้เพิ่ม หรือใช้เงินกู้หลายวัตถุประสงค์ ควรขอผู้ให้กู้แยกข้อมูลก่อนสรุปสิทธิ
กู้ร่วม ต้องตรวจการแบ่งสิทธิก่อนกรอก
กรณีผู้มีเงินได้หลายคนร่วมกู้ทั่วไป ให้ตรวจการเฉลี่ยสิทธิตามจำนวนผู้กู้และเพดานรวม ไม่ใช่ผู้กู้ทุกคนกรอกยอดดอกเบี้ยทั้งก้อนซ้ำกัน ตัวอย่างผู้กู้ร่วมที่มีสิทธิ 2 คน จ่ายดอกเบี้ยรวม 100,000 บาท แบ่งคนละ 50,000 บาท
กรณีคู่สมรส คนใดไม่มีเงินได้ หรือมีสัญญาก่อนสมรส อาจมีเงื่อนไขเฉพาะ จึงไม่ควรใช้ตัวอย่างกู้ร่วม 2 คนแทนทุกกรณี ตรวจคำแนะนำของปีนั้นและข้อมูลผู้กู้ในหนังสือรับรอง
ขอหลักฐานและตรวจการส่งข้อมูลของผู้ให้กู้
เตรียมสัญญา รายชื่อผู้กู้ หนังสือรับรองดอกเบี้ยของปีภาษี และหลักฐานการจ่าย ตรวจยอดกับข้อมูลที่แสดงในระบบกรมสรรพากร หากไม่ตรงให้สอบถามผู้ให้กู้ก่อนกรอก
สัญญากู้ตั้งแต่ 1 มกราคม 2564 เป็นต้นไป สำหรับผู้ให้กู้กลุ่มที่ประกาศกำหนด ต้องแจ้งความประสงค์ใช้สิทธิให้ผู้ให้กู้ส่งข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์ตามหลักเกณฑ์ ตรวจขั้นตอนกับผู้ให้กู้ของคุณ การมีสลิปหรือไฟล์ PDF เพียงอย่างเดียวไม่แทนเงื่อนไขนี้
กรมสรรพากร: หลักเกณฑ์ดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัย ฉบับที่ 166 และที่แก้ไข
ใช้สมุดการเงินติดตาม แต่ยื่นภาษีจากยอดที่รับรอง
สมาชิก FinCalc บันทึกค่างวด เงินโปะ และรายละเอียดตัดยอดจากเจ้าหนี้ พร้อมแนบหลักฐานได้ ใช้ช่วยย้อนตรวจว่าจ่ายเมื่อไรและมีรายการอะไรบ้าง
ดอกเบี้ยประมาณการในเครื่องคำนวณหรือสมุดการเงินไม่ใช่หนังสือรับรองภาษี เมื่อจะใช้สิทธิ ให้ยึดยอดที่มีสิทธิตามกฎหมายและข้อมูลรับรองของผู้ให้กู้ แม้ลดหย่อนได้ ดอกเบี้ยที่จ่ายยังเป็นต้นทุนจริง การจ่ายดอกเบี้ยเพิ่มไม่ได้แปลว่าจะคุ้มกว่า
ตรวจข้อมูลเหล่านี้ก่อนยื่นภาษี
- สัญญา วัตถุประสงค์ ผู้ให้กู้ และการจำนองเข้าเงื่อนไข
- ดอกเบี้ยจ่ายจริงตามหนังสือรับรอง แยกจากเงินต้นและค่าใช้จ่ายอื่น
- ยอดรวมหลายสัญญาและการแบ่งสิทธิผู้กู้ร่วมไม่ซ้ำกัน
- แจ้งใช้สิทธิและตรวจข้อมูลที่ผู้ให้กู้ส่งตามหลักเกณฑ์ของปีนั้น
เก็บบันทึกการจ่ายบ้านไว้ตรวจย้อนหลัง
เริ่มจากยอดหนี้ล่าสุดและเก็บหลักฐานในสมุดการเงินได้ เมื่อต้องยื่นภาษีให้ตรวจยอดกับหนังสือรับรองของผู้ให้กู้อีกครั้ง
เริ่มใช้สมุดการเงิน →แหล่งอ้างอิงและวิธีตรวจสอบ
อ้างอิงกรมสรรพากรและประมวลรัษฎากร ตัวเลขในตารางเป็นตัวอย่างสมมติที่ FinCalc คำนวณตามขอบเขตข้างต้น โปรดตรวจเอกสารของปีภาษีที่จะยื่น
อ่านวิธีคำนวณ การปัดเศษ และขอบเขตการใช้งาน